สมบัติศุภชัย หลักฐานความเลวของไชยบูลย์






ตอนนี้ ความเลวระยำของนายศุภชัย ศรีศุภอักษรคงไม่ต้องบรรยายกันแล้ว เพราะ การโกงเงินประชาชนเป็นหมื่นล้าน  เป็นหลักฐานที่ชัดเจน

ความเลวระยำดังกล่าวนั้น เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเจนว่า สมีเควี่ยธัมมชโยมันเลวจริง มันจังไรจริง มันเป็นคนของมารจริง

วันนี้ มีหลักฐานมาอีกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานที่ชัดเจนมาก  เป็นข่าวของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แต่ผมเอามาจากเว็บ alittlebuddha.com  หัวข้อข่าว

ค้นห้องพักศุภชัย ! ไม่มีอะไรในกอไผ่ นอกจากลูกแก้วและพระธรรมกาย  ปฏิบัติการครั้งล่าสุดของดีเอสไอในคดีคลองจั่น

เนื้อหาข่าวเป็นดังนี้

ดีเอสไอ เข้าค้นห้องพัก "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" ในที่ทำการสหกรณ์ฯ คลองจั่น ไม่พบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดี ด้านรองกก.บริหารลูกหนี้ สคจ.คาดเสร็จกระบวนการ ช่วยเหลือต้นปี 59

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยนางกรรณิการ์ อัคคะพู รองคณะกรรมการบริหารลูกหนี้ สคจ. นายพลาเพชร ณ สงขลา ที่ปรึกษา สคจ.

พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กว่า10 นาย เข้าตรวจค้นห้องพักของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น บริเวณชั้น 3 ของที่ทำการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

เลขที่ 1 ถนนเสรีไทย 7 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ซึ่งที่บริเวณชั้น 3 เป็นส่วนของฝ่ายสินเชื่อ และภายในห้องพักของนายศุภชัย แบ่งเป็น 2 ห้อง

ห้องแรกทางด้านซ้ายมือเป็นห้องแต่งตัว ภายในพบพระพุทธรูปพระธรรมกาย รุ่นปิดเจดีย์ กว่า 200 องค์ จัดเรียงโชว์ขนาดใหญ่

ส่วนในห้องที่ 2 เป็นในส่วนของห้องนอน บริเวณกลางห้องพบฐานลักษณะทรงกลม แบ่งเป็นชั้น จำนวน 9 ชั้น แต่ละชั้นมีลูกแก้วใสขนาดต่างๆ กว่า 100 ลูก วางอยู่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 15 นาทีจึงแล้วเสร็จ

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า สำหรับการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ทางสหกรณ์ได้ทำหนังสือมายังดีเอสไอ ให้เข้าตรวจค้นห้องพักของนายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ถูกปิดนานแล้ว

และจากการตรวจค้นพบวัตถุมงคลและลูกแก้วแต่ไม่พบเอกสารเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด

ข่าว : เดลินิวส์
10 กรกฎาคม 2558

สิ่งที่จะชี้ให้เห็นจากข่าวนี้ก็คือ  ทั้งพระธรรมกาย ทั้งดวงแก้วนั้น มีแต่จักรพรรดิภาคมารทั้งสิ้น 

โดยปกติแล้ว ดวงแก้วไม่ควรที่จะมีจักรพรรดิภาคมารไปอยู่  แต่ในเมื่อมารท่านประกาศว่า คนในวัดพระธรรมกายเป็นคนของเขา  จักรพรรดิภาคขาวก็ต้องทิ้งแล้ว อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว

ขนาดมีพระ มีจักรพรรดิอยู่มากมายขนาดนั้น  มันยังทำความเลวได้ขนาดนี้ ก็แสดงว่า สมีเควี่ยธัมมชโยมันเลวจริง  สอนคนให้ทำความเลวจริง

สิ่งที่น่าคิดต่อก็คือ .. ศุภชัยมันเลวทรามโกงเงินประชาชนเอาไปให้ไชยบูลย์  ก็แสดงว่า ไชยบูลย์มันหลอกศุภชัยแบบหนักหนาสาหัส

ศุภชัยมันก็โง่จริงๆ  ฉลาดในการโกงคนอื่น แต่โง่ให้ไชยบูลย์มันหลอกเอาได้

เรื่องนี้ สาวกไชยบูลย์มันก็โง่กันแบบหนักหนาสาหัสอีกเช่นเดียวกัน มีการเรี่ยไรเงินเพื่อไปใช้หนี้แทนไชยบูลย์

ออกข่าวกันแบบหน้าชื่นตาบาน  ไม่รู้ว่า “มันโง่แบบลึกล้ำคณนา” จริงๆ  เงินก็เสีย แล้วยังจะต้องไปนรกอีกด้วย...






ธัมมชโย สาวก แม่ง...เลวกันทั้งวัด


ภาพด้านบนนั้น เป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับคดีดำหมายเลข พ.736/2557 ที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำเลยที่ 1,

พระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย จำเลยที่ 2 และวัดพระธรรมกาย จำเลยที่ 3 เพื่อติดตามทรัพย์สินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 814 ล้านบาท

คดีนี้ เควี่ยธัมมชโยมันอ้างว่าเป็นเบาหวาน ขาดำ ต้องตัดขาภายในเร็ววันนี้ จึงเดินทางไปไหนไม่ได้  DSI จึงต้องสอบสวนถึงวัด

นี่คือความเลวระยำจังไร กรณีที่หนึ่ง 

เวลามึงจะออกมารับเงินคน มึงเดินได้  เวลาที่จะไปให้ตำรวจนสอบสวน  เสือกเดินไม่ได้ขึ้นมาทีเดียว

ขอให้ขาของมัน  เน่า.. หนอนขึ้น  เหม็นไป 7 กิโลเมตร อยู่กับตัวของมัน ภายใน 3 วัน 7 วันไปเลย  พระวรนุสอะไร โกหกเป็นไฟ โกหกแม่ง มันทุกเรื่อง

ต่อไปดูวาทกรรมการโกหกอันเลวระยำจังไรของลูกศิษย์มันบ้าง

พระมหาบุญชัยกล่าวว่า ขบวนการของวัดธรรมกายจะต่างจากวัดทั่วๆ ไป เนื่องจากมีญาติโยมมาทำบุญกันมาก

พระธัมมชโยจะเป็นตัวแทนในการรับเช็คเท่านั้นเอง พอเสร็จพิธีท่านก็จะลุกออกไป ตนและคนซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องก็จะนำเช็คไปเข้ากระบวนการทางบัญชีทางการเงินปกติของวัดทั่วๆ ไป

“หลวงพ่อท่านไม่เคยทราบรายละเอียดเลย พอจบพิธีท่านก็ลุกออกไป ส่วนคนจัดการเป็นเรื่องของหลวงพี่ ไม่ใช่แค่ของคุณศุภชัยเท่านั้น คนอื่นๆ ก็เป็นลักษณะเดียวกัน” พระมหาบุญชัยกล่าว

นี่คือความเลวระยำจังไร กรณีที่สอง  เป็นความเลวระยำจังไรอย่างแท้จริง  ข้อมูลดังกล่าว เป็นการโกหกแบบหน้าด้าน แบบสัตว์นรกยังอาย  

คนที่ไปเข้าแถวเพื่อเอาเงินให้มารไชยบูลย์มีจริงๆ ตามข่าวก็เห็น แต่ที่เข้าแถวนั้น เป็นพวกสาวกเงินน้อยๆ ทั้งนั้น  พวกเงินหนาๆ นั้น ไม่ได้มาเข้าแถวทำบุญอย่างนั้น

กรณีของนายศุภชัยนั้น  ไม่เคยมีภาพปรากฏว่า ได้มาเข้าแถวทำบุญอย่างที่พระระยำรูปดังกล่าวสำรอกออกมา

พระมหาบุญชัยยังกล่าวว่า สำหรับเงินที่ได้จากเช็คที่บริจาคจะนำมาใช้ในการก่อสร้างภายในวัดเป็นหลัก

เมื่อถามว่า แต่เวลาถอนเงินไปใช้จ่าย พระธัมมชโยก็ต้องลงนามในใบถอนเงินอยู่ดี พระมหาบุญชัยกล่าวว่า ตนจะเป็นคนทำใบถอนเงินให้ ไม่ว่าจะนำไปเข้าวัด หรือมูลนิธิ หรือใช้ในการก่อสร้าง

พระธัมมชโยแค่เซ็นอย่างเดียว จากนั้นตนจะนำไปเข้ากระบวนการปกติ

นี่ก็โกหกชัดๆ   สันดานมารอย่างไชยบูลย์  ไม่มีทางทำอย่างนั้นเป็นเด็ดขาด

เอาเรื่องปกติธรรมดาก็ได้  ถามจริง บรรดาเจ้าของบริษัท เขาจะหน้ามืดตัวมัวเซ็นอย่างเดียว โดยไม่ถามเลยหรือว่า “มึงเบิกเงินไปทำอะไร

เป็นการโกหกแบบหน้ามึน หน้าด้าน อย่างไม่รู้จะบรรยายความเลวระยำได้อย่างไรเลย

เมื่อถามว่า แสดงว่าพระธัมมชโยก็ทราบว่าจะนำเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง นายสัมพันธ์ตอบแทนพระมหาบุญชัยว่า “อันนี้ผมยังไม่ขอตอบเพราะเป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวน”

อ้าว...... เป็นวรนุสอะไร ถึงไม่ตอบ

เมื่อถามว่า พระธัมมชโยรู้จักนายศุภชัยดีแค่ไหน นายสัมพันธ์กล่าวว่า เหมือนญาติโยมปกติทั่วไปที่มาทำบุญที่วัดธรรมกาย

เมื่อถามว่า แต่นายศุภชัยเคยเป็นถึงไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย นายสัมพันธ์กล่าวว่า “เป็นแค่อดีตครับ อดีตไวยาวัจกร แต่ได้ลาออกไปแล้ว”

นี่ก็เป็นคำตอบที่จังไรอีกเช่นเดียวกัน   การที่บอกว่า นายศุภชัยเป็นอดีตไวยาวัจกร ไม่ได้เป็นการตอบคำถามที่ว่า “พระธัมมชโยรู้จักนายศุภชัยดีแค่ไหน

เป็นการตอบแบบโง่ๆ ที่จะช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้เควี่ยธัมมชโยแต่มันก็ไม่ได้ผลอะไรเลย

เควี่ยธัมมชโยนั้น ยังไงๆ มันก็ตกเซฟแน่ๆ   ไอ้พวกสาวกควายๆ ของเควี่ยธัมมชโยนี่ ดูแล้วมันโง่อย่างไม่รู้จะบรรยายอย่างไรจริงๆ

พวกนี้ โดยสามัญสำนึกมันต้องรู้ว่า ธัมมชโยทำความผิดแน่ๆ ประเด็นนี้ แต่มันก็ยังพยายามจะช่วย  ที่นี้ นรกมันก็เปิดประตูอ้าสำหรับไอ้พวกนี้ซิ

แล้วเวลาตกนรกนั้น  จากการสัมภาษณ์สัตว์ในนรกทั้งหลาย  มันไม่ใช่เป็นแบบว่า “ลืมเหตุการณ์ในโลกไปหมด”   แต่มันจะเหตุการณ์ได้ทั้งหมดเลย

ความเลวระยำอะไรก็ตาม มันนึกออกหมด  นั่นแหละ พวกสาวกมารเหล่านั้น มันจะรู้สึกถึงผลของความเลว

การตกนรกจากกรรมชั่วดังกล่าว ระยะเวลามันยาวนานมาก จนไม่ต้องจินตนาการ  พูดให้เห็นภาพก็คือ จากที่เกลียดพวกมันสุดๆ  ก็กลายเป็นสงสารนั่นแหละ..

ความเลวระยำตำบอนทั้งหลายที่กระทำกันแบบไม่อายฟ้าอายดินของสาวกไชยบูลย์ มันก็เกิดจากความโง่ของพวกเขาทั้งหลายนั่นแหละ..






ลูกมีบาปศักดิ์สิทธิ์มาก



มาดูคำสอนอันโกหกมหัศจรรย์พันลึก ที่สาวกของเควี่ยธัมมชโยผู้มีสมองหมา ปัญญาควายไม่เคยรู้เรื่องเลยว่า จะพาให้เกิด “บาปศักดิ์สิทธิ์” ที่จะส่งผลให้ชดใช้กรรมชั่วอันหนักหนาสาหัสนั้น ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ

ความโง่ของสาวกไชยบูลย์นั้น  โง่จนไม่สามารถบรรยายให้เป็นตัวอักษรได้เลยทีเดียว

ดูคำโกหกของเควี่ยธัมมชโยกันก่อน

ถ้าหลวงพ่อยังแข็งแรงอย่างนี้นะ ถาวรวัตถุพร้อมอย่างนี้นะ มีอะไรก็ไม่เอา เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

ลูกมีบุญมากที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ฝึกซ้ำๆ ฝึกไปในช่วงที่เรายังแข็งแรง ต้องลุยกันสะบั้นหั่นแหลกไปเลย ฝึกนิ่งเข้าไปอีก ให้นิ่งเข้าไปเรื่อยๆ

ความสามารถที่ลูกจะหยุดนิ่ง เห็นดวงธรรมเห็นพระธรรมกายซึ่งมีอยู่ในตัวลูกๆ ทั้งหมดทุกคนนี่แหละ แต่ยังเอาออกมาใช้ไม่ได้

ต้องนิ่งอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลย ลูกก็ฝึกให้นิ่งแน่นเข้าไปอีก

ไม่ยากง่ายๆ ต้องนิ่งแน่นนิ่งสนิท ฝึกซ้ำๆๆ เดี๋ยวจะได้เอง

พระเทพญาณมหามุนี

ต่อไปก็เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์กันเลย

ถ้าหลวงพ่อยังแข็งแรงอย่างนี้นะ ถาวรวัตถุพร้อมอย่างนี้นะ มีอะไรก็ไม่เอา เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

ข้อความสั้นๆ นี่ เควี่ยธัมมชโยมันโกหกหลายอย่าง หลายประเด็น เป็นความสามารถอันเลวทรามส่วนตัวของมัน  ซึ่งคนอื่นทำตามได้ยาก

1- มันแข็งแรงที่ไหน 

DSI เรียกไปสอบปากคำ มันก็บอกว่า ขาเป็นแผลไปไหนไม่ได้ มันจะตายห่าอยู่แล้ว  DSI ก็เลยต้องไปสอบปากคำที่วัดของมัน 

มันยังโชว์แผลให้ DSI ดู   ไอ้นี่ มันโกหกได้เลวระยำจริงๆ

2- ถาวารวัตถุพร้อมอย่างนี้  

อันนี้ก็โกหก  ผมก็เห็นมันยังเรี่ยไรแบบฉิบหายวายป่วงเหมือนเดิม ถ้าถาวรวัตถุของมึงพร้อมแล้ว  มึงจะเรี่ยไรประชาชนไปอีกทำไม

ลูกมีบุญมากที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ฝึกซ้ำๆ ฝึกไปในช่วงที่เรายังแข็งแรง ต้องลุยกันสะบั้นหั่นแหลกไปเลย ฝึกนิ่งเข้าไปอีก ให้นิ่งเข้าไปเรื่อยๆ

คนของวัดพระธรรมกายไม่มีบุญ  ดวงบุญแทบจะไม่เห็นแล้ว เห็นแต่ดวงบาปทั้งสิ้น  และเป็น “บาปศักดิ์สิทธิ์”  เสียด้วย

“บาปศักดิ์สิทธิ์”  คืออะไร

เกิดมาเป็นคน เป็นมนุษย์แล้ว ไม่มีใครดำเนินชีวิตได้บริสุทธิ์ตลอดตั้งแต่เกิดจนตาย ก็ต้องทำบาปกันบ้าง  ผิดศีลกันบ้าง 

ที่ว่านี้เป็นบาปธรรมดา  ส่งผลเป็นกรรมชั่วก็แบบธรรมดา  แต่หนักนะ 

สำหรับคนของวัดพระธรรมกายนั้น ทำงานให้มาร  ไม่ว่าทำห่าอะไร ดวงบาปเกิดขึ้นอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นงานบุญ

เช่น ถวายอาหารให้พระพุทธเจ้า เป็นต้น ปรากฏว่า มารแดกเรียบ แล้วมีกำลังมากขึ้น มารบกับภาคขาวอีก

การทำงานแบบนี้ จึงเป็นทำงานภายในกำกับของมาร  บาปที่เกิดขึ้น จึงเป็นบาปศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่บาปธรรมดา 

ผลของบาปศักดิ์สิทธิ์จึงส่งผลอันหนักหนาสาหัส แบบไม่รู้จะบรรยายอย่างไร 

พูดให้เห็นภาพพจน์ก็คือ  พอรู้ว่าพวกนี้จะได้รับผลกรรมชั่วอย่างไร จากที่เคยคิดรังเกียจ ฯลฯ ก็เกิดความสงสารเลยนั่นแหละ

นี่รวมถึงเควี่ยธัมมชโยด้วยนะ  ไอ้ที่ด่าๆ กันอยู่นี้ ก็ทำตามหน้าที่เท่านั้น

ความสามารถที่ลูกจะหยุดนิ่ง เห็นดวงธรรมเห็นพระธรรมกายซึ่งมีอยู่ในตัวลูกๆ ทั้งหมดทุกคนนี่แหละ แต่ยังเอาออกมาใช้ไม่ได้

ข้อความนี้ ไม่จริงในปัจจุบันนี้ 

กล่าวคือ เมื่อก่อนนี้ประมาณหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่มารยังไม่ประกาศว่า “คนของวัดพระธรรมกายเป็นคนของเขา” ข้อความดังกล่าวก็ยังถือได้ว่าเป็นความจริงอยู่

แต่หลังจากที่มารประกาศว่า คนของวัดพระธรรมกายเป็นคนของเขา”  คนของวัดพระธรรมกายไม่มีทางเห็นดวงธรรม ไม่มีทางเห็นกายธรรมได้เลย

ก่อนหน้าที่มารจะประกาศดังกล่าว ก็ไม่มีใครเห็นดวงธรรม กายธรรมอยู่แล้ว เพราะ สอนผิด แต่หลังจากมารประกาศแล้ว  หมดหนทางเลย

ต้องนิ่งอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลย ลูกก็ฝึกให้นิ่งแน่นเข้าไปอีก  ไม่ยากง่ายๆ ต้องนิ่งแน่นนิ่งสนิท ฝึกซ้ำๆๆ เดี๋ยวจะได้เอง

การเห็นดวงธรรม เห็นกายธรรมนั้นไม่ยากสำหรับคนอื่นๆ  โดยเฉพาะคนที่วิทยากรของมูลนิธิศึกษาการุณย์ไปสอน

ขอให้ดูตัวอย่างการสอนด้านบน

เควี่ยธัมมชโยไม่เคยสอนสาวกได้อย่างนี้ และในความเป็นจริงแล้ว เควี่ยธัมมชโยถือว่า ไม่เคยสอนเสียด้วยซ้ำ 

ไอ้การที่พูดออกทีวี ฯลฯ มันไม่ได้เป็นการสอน  มันพูดเพื่อหลอกคนฟังไปเรื่อย  การสอนวิชาธรรมกายที่ถูกต้องนั้น 

ต้องสอนตามวิดิโอดังกล่าว

โดยสรุป

เควี่ยธัมมชโยกับสาวกของมันผลิตคำโกหกออกมาเรื่อยๆ  ดูสำนวนภาษาแล้ว เหมือนจะดี แต่มันไม่ใช่คำสอนที่ถูกต้อง

ในเมื่อเควี่ยธัมมชโยมันเป็นคนของมาร การฟังคำของมัน ทำตามคำของมัน ดวงบาปจึงเกิดขึ้น เป็นบาปอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะ เป็นการทำงานตามคำสั่งของมาร

กรรมอันหนักหนาสาหัสจึงรอพวกนี้อยู่  นึกแล้วก็น่าสงสารพวกเขาอยู่เหมือนกัน

นี่เป็นผลจากความโง่แบบสุดๆ ของสาวกไชยบูลย์  บาปกรรมอันหนักหนาสาหัสที่เกิดจากความโง่ดังกล่าวจะส่งผลไปอีกแบบนับภพนับชาติไม่ถ้วน